ยุคสมัยของทุนมนุษย์
โดย แกรี่
เอส. เบคเคอร์
แปล/เรียบเรียงโดย
พระมหาสุเทพ ผิวเผือด
ยุคสมัยของทุนมนุษย์
ทุนมนุษย์ หมายความถึง ความรู้ ข้อมูล ความคิด ทักษะ
และสุขภาวะของบุคคล และที่เรียกว่าเป็น "ยุคสมัยของทุนมนุษย์" ก็โดยเหตุที่ว่าทุนมนุษย์มีความสำคัญเป็นอย่างมากในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของผู้คนรวมทั้งของเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะสามารถลงทุนในตนเองได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไร
ผลการศึกษาแสดงให้ว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทุนที่ใช้ไปในการลงทุนในประชากรชายและหญิงมีมากกว่าร้อยละ
70 ของทุนทั้งหมด ในขณะที่ทุนด้านการศึกษา การฝึกอบรม สุขภาวะ
ข้อมูล และการวิจัยและพัฒนามีมากกว่าร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
อาจถือได้ว่าเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่มีการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
และแน่นอนว่าทุนมนุษย์ย่อมเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนอย่างมิต้องสงสัย
ระบบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าวนั้นเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
แต่ถ้าจะให้ถูกต้องตรงประเด็นก็ควรเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจแบบทุนมนุษย์
หรือระบบเศรษฐกิจแบบทุนทางปัญญา ดังนั้น
ทุนมนุษย์จึงนับว่าเป็นทุนที่สำคัญที่สุด ในขณะที่ทุนอื่นๆอันได้แก่เครื่องจักรกล โรงงาน
และทุนทางการเงินก็ยังคงมีความสำคัญอยู่
ปัญหาตลาดหุ้นและทุนมนุษย์
กว่า (คริสต)ทศวรรษมาแล้ว ที่ข้าพเจ้าได้ใช้ประโยชน์จากนัยสำคัญของทุนมนุษย์นี้ทำนายสถานการณ์ธุรกิจระยะสั้น
ท่านคงจำเหตุการณ์ Black Monday[1] เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ.1987 ได้ ถึงมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คมีมูลค่าลดลงถึงร้อยละ
22 ทำให้เพียงวันเดียวเท่านั้นมูลค่าสินทรัพย์ได้ลดลงถึงร้อยละ
22 เกิดความโกลาหลขึ้นทั้งในกรุงวอชิงตันและในวงสื่อมวลชน
นิตยสารทางการเงินต่างๆพากันพยากรณ์ว่าเป็นความถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่เฉกเช่นเดียวกับความตกต่ำทางเศรษฐกิจเมื่อคราวที่ตลาดหุ้นปิดตัวในปี
1929
ในช่วงที่เกิดความเสียหายในปี 1987
นั้นข้าพเจ้าเขียนคอลัมน์ประจำให้กับนิตยสาร Business Week ข้าพเจ้าได้เปลี่ยนจากที่จะเขียนถึง Black
Monday ลงในคอลัมน์มาเป็นการเขียนพยากรณ์ว่ามันมิได้เป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่หนักหนาสาหัสของประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นช่วยเวลาที่นิตยสาร Business Week ที่พุ่งประเด็นไปที่ภาวะถดถอยที่เกิดจากความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ประเด็นนำเสนอของข้าพเจ้านั้นออกจะสามัญเอามากๆ ข้าพเจ้าได้อารัมภบทโดยเน้นให้เห็นว่าทุนมนุษย์นั้นประเมินได้ว่ามีมูลค่าคิดเป็นสามในสี่ของสินทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
และดูเหมือนว่ามูลค่าของทุนมนุษย์จะไม่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากมายนัก
เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าผลตอบแทนทางการเงินและผลตอบแทนทางทุนมนุษย์จะส่งอิทธิพลต่อกันอย่างอย่างมาก
หากเป็นจริงดังนั้น ความเสียหายก็น่าที่จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของทุนที่มิใช่มนุษย์ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความสินทรัพย์ทั้งหมดเท่านั้น
เมื่อนำไปคำนวณเปรียบเทียบกับขนาดของมูลค่าสินทรัพย์ที่เสียหายแล้วข้าพเจ้าได้แสดงให้เห็นว่า
สินทรัพย์สุทธิของเศรษฐกิจลดลงเล็กน้อยราวๆร้อยละ 2 เท่านั้น ซึ่งนั่นอาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้
แต่ก็ไม่ได้เป็นภาวะถดถอยที่สลักสำคัญอันใด
นี่คือเหตุผลที่ข้าพเจ้าใช้พยากรณ์ช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากนั้นว่าเป็นเพียงภาวะตกที่นั่งลำบากของสินค้าแพงระยับ
(luxury) กับความต้องการ (like)
เท่านั้น หลังจากความเสียหายทางเศรษฐกิจผ่านไปได้ ๓ เดือน เศรษฐกิจก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
อีกทั้งรายงานรายไตรมาสเกี่ยวกับราคาหุ้นก็ได้แสดงให้เห็นว่ามีความเสียหายเพียงเล็กน้อย
ความเจริญก้าวหน้าหวนมาหาทุนมนุษย์
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ก่อให้เกิดคุณภาพในการศึกษา การฝึกอบรม
และแหล่งความรู้อื่นๆที่สูงขึ้นมากกว่าเมื่อห้าสิบปีที่ผ่านมา สิ่งนี้สามารถสรุปได้จากความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาและรายได้
ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลาเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยจะมีรายได้โดยเฉลี่ยมากกว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายประมาณร้อยละ
50
และผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายจะมีรายได้มากกว่าผู้ที่เรียนไม่สำเร็จประมาณร้อยละ
30
ความแตกต่างของค่าจ้างระหว่างผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยและผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นจากร้อยละ
40 ในปีคริสตทศวรรษที่ 1977 ถึงร้อยละ 60 ในปีคริสตทศวรรษที่ 1990
ช่องว่างระหว่างผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายและผู้ที่สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากร้อยละ 50 ในช่วงปลายคริสตทศวรรษที่ 1960 ถึงประมาณร้อยละ 75 ในหลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมโหฬารในประวัติศาสตร์สหรัฐ
แนวโน้มเหตุการณ์ที่คล้ายกันนี้พบได้ในที่อื่นๆที่มีความต้องการแรงงานที่มีทักษะ
และแม้แต่ในยุโรปก็สังเกตได้จากลักษณะของการว่างงานของแรงงานที่มีการศึกษาและมีฝีมือต่ำที่เพิ่มขึ้น
จากการศึกษาพบว่า ในประเทศต่างๆในแถบยุโรปจะมีช่องว่างระหว่างความแตกต่างเรื่องค่าจ้างของชายและหญิงเป็นอย่างมาก
เศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย หากทุกประเทศไม่ทุ่มเทลงทุนใน(การพัฒนา)
ทุนมนุษย์ ประเทศที่ร่ำรวยมีความชำนาญในผลิตภัณฑ์และการบริการที่ใช้ความรู้ระดับสูง
ในขณะที่ประเทศที่ยากจนมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทักษะต่ำและต้องใช้วัตถุดิบมาก
การลงทุนในทุนมนุษย์จึงยังมีความจำเป็นในประเทศที่ยากจน ถ้าหากว่าปรารถนาที่จะโอกาสก้าวไปให้พ้นจากความยากจน
ผลจากการศึกษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่แตกต่างกันในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างผลประกอบการทางเศรษฐกิจกับการศึกษา
อายุขัยเฉลี่ย และมาตรฐานทุนมนุษย์ด้านอื่นๆ
แม้โดยเฉลี่ยแล้วประเทศในโลกที่สามจะเจริญเติบโตน้อยกว่าประเทศที่ร่ำรวยซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ประเทศที่ยากจนที่ประชากรได้รับการศึกษาและมีสุขภาวะดีขึ้นจะนำไปสู่ความเจริญเติบโตที่มากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศเหล่านี้ก็คือการลงทุนของพวกเขาในการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
แม้ว่าเครื่องยนต์กลไกและทุนทางกายภาพอื่นๆจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ
แต่พวกเขาก็ยังคงอยู่ห่างไกลจากสร้างความเจริญเติบโต(ทางเศรษฐกิจ)ได้อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้เพราะแรงงานมีฝีมือ ผู้จัดการที่มีทักษะ ตลอดถึงผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์
ล้วนมีความจำเป็นต่อการใช้งานเครื่องยนต์กลไกที่ซับซ้อน การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และกระบวนการ และการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมจากประเทศอื่นๆ
การที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ละเลยทุนมนุษย์และตลาดโลกช่วยหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง
หันไปเน้นการทดแทนการนำเข้าและการตลาดที่มีการป้องกัน
แท้จริงแล้วเป็นมุมมองที่ผิดพลาดต่อสิ่งที่เป็นสารัตถะอันจะก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการลดความยากจนลง
การศึกษาทางไกล
เศรษฐกิจสมัยใหม่เรียกร้องให้มนุษย์ลงทุนในการแสวงหาความรู้ ทักษะ
และข้อมูล ไม่เพียงแต่ในวัยหนุ่มสาวเท่านั้น
แต่ต้องเป็นการศึกษาตลอดชีวิตของพวกเขา วิธีการเบื้องต้นที่จะทำให้ได้มาซึ่งทุนมนุษย์นั้นได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากนับตั้งแต่ยุคสมัยของโสกราตีสแล้ว
นับเป็นเวลากว่า 2500 ปีที่ครูและนักเรียนต้องอยู่พร้อมหน้ากันเพื่อที่จะบรรยายและถกอภิปราย
อย่างไรก็ตาม การเจริญเติบโตของอินเตอร์เน็ตจะปฏิวัติระบบการเรียนการสอนโดยใช้
"การศึกษาทางไกล"
ที่ทำให้ครูและนักเรียนสามารถปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิดแม้อยู่ต่างที่ต่างเวลากัน
ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจที่สำคัญของการศึกษาทางไกลที่มีมากกว่าการเรียนรู้แบบดั้งเดิมคือว่าช่วยประหยัดเวลาของนักเรียน
จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า มูลค่าของเวลาที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนนั้นถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการลงทุนในทุนมนุษย์ในหมู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีรายได้ที่เกิดขึ้นจริงหรือที่มีศักยภาพปานกลาง
ทั้งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารและพนักงานที่มีทักษะสูง
การเรียนการสอนผ่านเวบช่วยให้ไม่ต้องเดินทางไปสถานศึกษาและสถานที่ให้ความรู้แบบอื่นๆซึ่งสำหรับคนที่ต้องทำงานทำการแล้วต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
บทเรียนออนไลน์ยังช่วยให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นแก่นักเรียนในอันที่จะโต้ตอบกับอุปกรณ์ประกอบการเรียน
"แชท" กับนักเรียนคนอื่นๆ ทำแบบทดสอบและส่งรายงาน คนที่ทำงานเต็มเวลาสามารถเลือกเวลาที่สะดวกที่สุดในการศึกษาได้
ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนและหลังทำงาน
นักศึกษาที่เรียนผ่านอินเทอร์เน็ตหลายพันคนสามารถเลือกเรียนวิชาที่ชอบในคราวเดียวกัน
แทนที่จะเป็นจำนวนน้อยในห้องเรียนปกติ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการใช้งานบรอดแบนด์ผ่านเวบช่วยให้สามารถใช้กราฟิกที่มีสีสันและแบบจำลองที่น่าสนใจได้
บทเรียนออนไลน์อาจช่วยขยายตลาดและเพิ่มความนิยมให้แก่ครูที่มีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามชมมากและทำให้มีเงินเดือนสูงมากขึ้น
การศึกษาทางไกลส่วนใหญ่จะเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ต้องการศึกษาต่อปริญญาตรีหรือปริญญาโท
หรือการรักษาและยกระดับทักษะงานที่ล้าสมัย
ผู้ประกอบอาชีพที่ต้องมีทักษะความเชี่ยวชาญสูงอย่างเช่นแพทย์ มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในวิชาชีพของตนผ่านการอ่านและการเรียนหลักสูตรระยะสั้น
หากแต่การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ที่เป็นมืออาชีพและผู้ใหญ่ที่ทำงานอื่นๆอีกมากมาย
การศึกษาทางไกลช่วยทำให้มีโอกาสที่จะจัดหาบุคลากรภายนอกมาสอนให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องให้พนักงานออกจากงานของพวกเขา
หลักสูตรบนเว็บกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน การบัญชี การตลาด
การบริหารจัดการ เศรษฐกิจโลก และอีกหลายสาขาวิชา นับเป็นวิธีการที่ดีที่บริษัทจะจัดการทุนมนุษย์ของพวกเขาให้เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของพวกเขา
ดังที่ บิล เกตส์ เคยกล่าวไว้ว่า "หากเอาคนที่ดีที่สุดของเรา 20 คนออกไปแล้ว
. . ไมโครซอฟท์ก็จะกลายเป็นบริษัทที่ไม่มีความสำคัญอันใดเลย"
น่าเสียดายที่งบประมาณในการลงทุน(ในทุนมนุษย์) ของบริษัทต่างๆจะไม่อยู่ในบัญชีงบดุลของพวกเขา
ทั้งนี้เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาคิดถึงแต่ค่าใช้จ่ายเฉพาะหน้ามากกว่าการทุน(เพื่อผลระยะยาว)
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "ความหวังดี" และเงื่อนไขทางบัญชีอื่นๆ การลงทุนในทุนมนุษย์และความรู้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทต่างๆส่วนหนึ่งอธิบายได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนของราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชีสินทรัพย์ของบริษัทที่ซื้อขายกันอยู่โดยทั่วไปอย่างมหาศาล
ข้อสรุป
ข้าพเจ้าของสรุปประเด็นสำคัญต่างๆของบทความดังนี้
1.
ทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่
2.
ทุนมนุษย์ได้กลายสิ่งที่นัยสำคัญอย่างมากในช่วงสอง
(คริสต)ทศวรรษที่ผ่านมา
3.
ทุนมนุษย์มีความสำคัญต่อการแบ่งแรงงานระดับนานาชาติ
4.
มีการศึกษาที่ไม่สามารถวัดได้เป็นจำนวนมากอยู่ในบริษัทต่างและที่ศึกษาโดยประชาชนวัยผู้ใหญ่
5.
มนุษย์จำเป็นต้องลงทุนในตัวเองตลอดช่วงชีวิตของตน
6.
การศึกษาทางไกลจะกลายเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการเรียนการสอนและการเรียนรู้
7.
ทุนมนุษย์จะช่วยกระตุ้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและภาคส่วนที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง
[1] บางท่านแปลว่า จันทร์ทมิฬ ตามแบบเหตุการณ์ Black Thursday,
Black Tuesday แต่ในที่นี้ขอแปลว่า วันจันทร์ดับ แทนความหมายเหตุการณ์ตกต่ำทางเศรษฐกิจที่นำความหดหู่
ท้อแท้ หมดหวังมาสู่สังคม : ผู้แปล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น