วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ยุคสมัยของทุนมนุษย์

ยุคสมัยของทุนมนุษย์

โดย แกรี่ เอส.  เบคเคอร์

แปล/เรียบเรียงโดย พระมหาสุเทพ ผิวเผือด

ยุคสมัยของทุนมนุษย์

ทุนมนุษย์ หมายความถึง ความรู้ ข้อมูล ความคิด ทักษะ และสุขภาวะของบุคคล และที่เรียกว่าเป็น "ยุคสมัยของทุนมนุษย์" ก็โดยเหตุที่ว่าทุนมนุษย์มีความสำคัญเป็นอย่างมากในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของผู้คนรวมทั้งของเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะสามารถลงทุนในตนเองได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไร

ผลการศึกษาแสดงให้ว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทุนที่ใช้ไปในการลงทุนในประชากรชายและหญิงมีมากกว่าร้อยละ 70 ของทุนทั้งหมด ในขณะที่ทุนด้านการศึกษา การฝึกอบรม สุขภาวะ ข้อมูล และการวิจัยและพัฒนามีมากกว่าร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อาจถือได้ว่าเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมัยใหม่ ​​โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่มีการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และแน่นอนว่าทุนมนุษย์ย่อมเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนอย่างมิต้องสงสัย

ระบบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าวนั้นเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แต่ถ้าจะให้ถูกต้องตรงประเด็นก็ควรเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจแบบทุนมนุษย์ หรือระบบเศรษฐกิจแบบทุนทางปัญญา ดังนั้น ทุนมนุษย์จึงนับว่าเป็นทุนที่สำคัญที่สุด ในขณะที่ทุนอื่นๆอันได้แก่เครื่องจักรกล โรงงาน และทุนทางการเงินก็ยังคงมีความสำคัญอยู่

ปัญหาตลาดหุ้นและทุนมนุษย์

กว่า (คริสต)ทศวรรษมาแล้ว ที่ข้าพเจ้าได้ใช้ประโยชน์จากนัยสำคัญของทุนมนุษย์นี้ทำนายสถานการณ์ธุรกิจระยะสั้น ท่านคงจำเหตุการณ์ Black Monday[1] เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ.1987 ได้ ถึงมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คมีมูลค่าลดลงถึงร้อยละ 22 ทำให้เพียงวันเดียวเท่านั้นมูลค่าสินทรัพย์ได้ลดลงถึงร้อยละ 22 เกิดความโกลาหลขึ้นทั้งในกรุงวอชิงตันและในวงสื่อมวลชน นิตยสารทางการเงินต่างๆพากันพยากรณ์ว่าเป็นความถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่เฉกเช่นเดียวกับความตกต่ำทางเศรษฐกิจเมื่อคราวที่ตลาดหุ้นปิดตัวในปี 1929

ในช่วงที่เกิดความเสียหายในปี 1987 นั้นข้าพเจ้าเขียนคอลัมน์ประจำให้กับนิตยสาร Business Week  ข้าพเจ้าได้เปลี่ยนจากที่จะเขียนถึง Black Monday ลงในคอลัมน์มาเป็นการเขียนพยากรณ์ว่ามันมิได้เป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่หนักหนาสาหัสของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นช่วยเวลาที่นิตยสาร Business Week ที่พุ่งประเด็นไปที่ภาวะถดถอยที่เกิดจากความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ประเด็นนำเสนอของข้าพเจ้านั้นออกจะสามัญเอามากๆ ข้าพเจ้าได้อารัมภบทโดยเน้นให้เห็นว่าทุนมนุษย์นั้นประเมินได้ว่ามีมูลค่าคิดเป็นสามในสี่ของสินทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา และดูเหมือนว่ามูลค่าของทุนมนุษย์จะไม่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากมายนัก  เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าผลตอบแทนทางการเงินและผลตอบแทนทางทุนมนุษย์จะส่งอิทธิพลต่อกันอย่างอย่างมาก หากเป็นจริงดังนั้น ความเสียหายก็น่าที่จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของทุนที่มิใช่มนุษย์ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความสินทรัพย์ทั้งหมดเท่านั้น เมื่อนำไปคำนวณเปรียบเทียบกับขนาดของมูลค่าสินทรัพย์ที่เสียหายแล้วข้าพเจ้าได้แสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์สุทธิของเศรษฐกิจลดลงเล็กน้อยราวๆร้อยละ 2 เท่านั้น ซึ่งนั่นอาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นภาวะถดถอยที่สลักสำคัญอันใด นี่คือเหตุผลที่ข้าพเจ้าใช้พยากรณ์ช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากนั้นว่าเป็นเพียงภาวะตกที่นั่งลำบากของสินค้าแพงระยับ (luxury) กับความต้องการ (like) เท่านั้น หลังจากความเสียหายทางเศรษฐกิจผ่านไปได้ ๓ เดือน เศรษฐกิจก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งรายงานรายไตรมาสเกี่ยวกับราคาหุ้นก็ได้แสดงให้เห็นว่ามีความเสียหายเพียงเล็กน้อย

ความเจริญก้าวหน้าหวนมาหาทุนมนุษย์

สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ก่อให้เกิดคุณภาพในการศึกษา การฝึกอบรม และแหล่งความรู้อื่นๆที่สูงขึ้นมากกว่าเมื่อห้าสิบปีที่ผ่านมา สิ่งนี้สามารถสรุปได้จากความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาและรายได้ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลาเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยจะมีรายได้โดยเฉลี่ยมากกว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายประมาณร้อยละ 50  และผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายจะมีรายได้มากกว่าผู้ที่เรียนไม่สำเร็จประมาณร้อยละ 30

ความแตกต่างของค่าจ้างระหว่างผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยและผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 40 ในปีคริสตทศวรรษที่ 1977 ถึงร้อยละ 60 ในปีคริสตทศวรรษที่ 1990 ช่องว่างระหว่างผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายและผู้ที่สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากร้อยละ 50 ในช่วงปลายคริสตทศวรรษที่ 1960 ถึงประมาณร้อยละ 75 ในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมโหฬารในประวัติศาสตร์สหรัฐ

แนวโน้มเหตุการณ์ที่คล้ายกันนี้พบได้ในที่อื่นๆที่มีความต้องการแรงงานที่มีทักษะ และแม้แต่ในยุโรปก็สังเกตได้จากลักษณะของการว่างงานของแรงงานที่มีการศึกษาและมีฝีมือต่ำที่เพิ่มขึ้น จากการศึกษาพบว่า ในประเทศต่างๆในแถบยุโรปจะมีช่องว่างระหว่างความแตกต่างเรื่องค่าจ้างของชายและหญิงเป็นอย่างมาก

เศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย หากทุกประเทศไม่ทุ่มเทลงทุนใน(การพัฒนา) ทุนมนุษย์ ประเทศที่ร่ำรวยมีความชำนาญในผลิตภัณฑ์และการบริการที่ใช้ความรู้ระดับสูง ในขณะที่ประเทศที่ยากจนมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทักษะต่ำและต้องใช้วัตถุดิบมาก การลงทุนในทุนมนุษย์จึงยังมีความจำเป็นในประเทศที่ยากจน ถ้าหากว่าปรารถนาที่จะโอกาสก้าวไปให้พ้นจากความยากจน

ผลจากการศึกษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่แตกต่างกันในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างผลประกอบการทางเศรษฐกิจกับการศึกษา อายุขัยเฉลี่ย และมาตรฐานทุนมนุษย์ด้านอื่นๆ แม้โดยเฉลี่ยแล้วประเทศในโลกที่สามจะเจริญเติบโตน้อยกว่าประเทศที่ร่ำรวยซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศที่ยากจนที่ประชากรได้รับการศึกษาและมีสุขภาวะดีขึ้นจะนำไปสู่ความเจริญเติบโตที่มากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศเหล่านี้ก็คือการลงทุนของพวกเขาในการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

แม้ว่าเครื่องยนต์กลไกและทุนทางกายภาพอื่นๆจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ แต่พวกเขาก็ยังคงอยู่ห่างไกลจากสร้างความเจริญเติบโต(ทางเศรษฐกิจ)ได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้เพราะแรงงานมีฝีมือ ผู้จัดการที่มีทักษะ ตลอดถึงผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์ ล้วนมีความจำเป็นต่อการใช้งานเครื่องยนต์กลไกที่ซับซ้อน การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และกระบวนการ และการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมจากประเทศอื่นๆ การที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ละเลยทุนมนุษย์และตลาดโลกช่วยหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง หันไปเน้นการทดแทนการนำเข้าและการตลาดที่มีการป้องกัน แท้จริงแล้วเป็นมุมมองที่ผิดพลาดต่อสิ่งที่เป็นสารัตถะอันจะก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการลดความยากจนลง

การศึกษาทางไกล

เศรษฐกิจสมัยใหม่เรียกร้องให้มนุษย์ลงทุนในการแสวงหาความรู้ ทักษะ และข้อมูล ไม่เพียงแต่ในวัยหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ต้องเป็นการศึกษาตลอดชีวิตของพวกเขา วิธีการเบื้องต้นที่จะทำให้ได้มาซึ่งทุนมนุษย์นั้นได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากนับตั้งแต่ยุคสมัยของโสกราตีสแล้ว นับเป็นเวลากว่า 2500 ปีที่ครูและนักเรียนต้องอยู่พร้อมหน้ากันเพื่อที่จะบรรยายและถกอภิปราย อย่างไรก็ตาม การเจริญเติบโตของอินเตอร์เน็ตจะปฏิวัติระบบการเรียนการสอนโดยใช้ "การศึกษาทางไกล" ที่ทำให้ครูและนักเรียนสามารถปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิดแม้อยู่ต่างที่ต่างเวลากัน

ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจที่สำคัญของการศึกษาทางไกลที่มีมากกว่าการเรียนรู้แบบดั้งเดิมคือว่าช่วยประหยัดเวลาของนักเรียน จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า มูลค่าของเวลาที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนนั้นถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการลงทุนในทุนมนุษย์ในหมู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีรายได้ที่เกิดขึ้นจริงหรือที่มีศักยภาพปานกลาง ทั้งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารและพนักงานที่มีทักษะสูง การเรียนการสอนผ่านเวบช่วยให้ไม่ต้องเดินทางไปสถานศึกษาและสถานที่ให้ความรู้แบบอื่นๆซึ่งสำหรับคนที่ต้องทำงานทำการแล้วต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง บทเรียนออนไลน์ยังช่วยให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นแก่นักเรียนในอันที่จะโต้ตอบกับอุปกรณ์ประกอบการเรียน "แชท" กับนักเรียนคนอื่นๆ ทำแบบทดสอบและส่งรายงาน คนที่ทำงานเต็มเวลาสามารถเลือกเวลาที่สะดวกที่สุดในการศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนและหลังทำงาน

นักศึกษาที่เรียนผ่านอินเทอร์เน็ตหลายพันคนสามารถเลือกเรียนวิชาที่ชอบในคราวเดียวกัน แทนที่จะเป็นจำนวนน้อยในห้องเรียนปกติ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการใช้งานบรอดแบนด์ผ่านเวบช่วยให้สามารถใช้กราฟิกที่มีสีสันและแบบจำลองที่น่าสนใจได้ บทเรียนออนไลน์อาจช่วยขยายตลาดและเพิ่มความนิยมให้แก่ครูที่มีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามชมมากและทำให้มีเงินเดือนสูงมากขึ้น

การศึกษาทางไกลส่วนใหญ่จะเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ต้องการศึกษาต่อปริญญาตรีหรือปริญญาโท หรือการรักษาและยกระดับทักษะงานที่ล้าสมัย ผู้ประกอบอาชีพที่ต้องมีทักษะความเชี่ยวชาญสูงอย่างเช่นแพทย์ มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในวิชาชีพของตนผ่านการอ่านและการเรียนหลักสูตรระยะสั้น หากแต่การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ที่เป็นมืออาชีพและผู้ใหญ่ที่ทำงานอื่นๆอีกมากมาย

การศึกษาทางไกลช่วยทำให้มีโอกาสที่จะจัดหาบุคลากรภายนอกมาสอนให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องให้พนักงานออกจากงานของพวกเขา หลักสูตรบนเว็บกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน การบัญชี การตลาด การบริหารจัดการ เศรษฐกิจโลก และอีกหลายสาขาวิชา นับเป็นวิธีการที่ดีที่บริษัทจะจัดการทุนมนุษย์ของพวกเขาให้เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของพวกเขา ดังที่ บิล เกตส์ เคยกล่าวไว้ว่า "หากเอาคนที่ดีที่สุดของเรา 20 คนออกไปแล้ว . . ไมโครซอฟท์ก็จะกลายเป็นบริษัทที่ไม่มีความสำคัญอันใดเลย"

น่าเสียดายที่งบประมาณในการลงทุน(ในทุนมนุษย์) ของบริษัทต่างๆจะไม่อยู่ในบัญชีงบดุลของพวกเขา ทั้งนี้เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาคิดถึงแต่ค่าใช้จ่ายเฉพาะหน้ามากกว่าการทุน(เพื่อผลระยะยาว) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "ความหวังดี" และเงื่อนไขทางบัญชีอื่นๆ การลงทุนในทุนมนุษย์และความรู้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทต่างๆส่วนหนึ่งอธิบายได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนของราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชีสินทรัพย์ของบริษัทที่ซื้อขายกันอยู่โดยทั่วไปอย่างมหาศาล

ข้อสรุป

ข้าพเจ้าของสรุปประเด็นสำคัญต่างๆของบทความดังนี้

1.             ทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่

2.             ทุนมนุษย์ได้กลายสิ่งที่นัยสำคัญอย่างมากในช่วงสอง (คริสต)ทศวรรษที่ผ่านมา

3.             ทุนมนุษย์มีความสำคัญต่อการแบ่งแรงงานระดับนานาชาติ

4.             มีการศึกษาที่ไม่สามารถวัดได้เป็นจำนวนมากอยู่ในบริษัทต่างและที่ศึกษาโดยประชาชนวัยผู้ใหญ่

5.             มนุษย์จำเป็นต้องลงทุนในตัวเองตลอดช่วงชีวิตของตน

6.             การศึกษาทางไกลจะกลายเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการเรียนการสอนและการเรียนรู้

7.             ทุนมนุษย์จะช่วยกระตุ้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและภาคส่วนที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง



[1] บางท่านแปลว่า จันทร์ทมิฬ ตามแบบเหตุการณ์ Black Thursday, Black Tuesday แต่ในที่นี้ขอแปลว่า วันจันทร์ดับ แทนความหมายเหตุการณ์ตกต่ำทางเศรษฐกิจที่นำความหดหู่ ท้อแท้ หมดหวังมาสู่สังคม : ผู้แปล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น